“มาร์ค” หวั่นนักลงทุนย้ายฐานหนีหลังเจอปัญหาแรงงานหนัก สั่ง สศช.จับมือก.แรงงานทบทวนระบบค่าจ้างขั้นต่ำใหม่หมด คาดปี 52 มีคนว่างงานเพียง 4 แสนคน ชี้เศรษฐกิจดีขึ้นเอกชนต้องการแรงงานเพิ่ม 1.2 แสนตำแหน่ง..
เมื่อวันที่ 6 ม.ค. นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เร่งประสานกับกระทรวงแรงงาน พิจารณาความเหมาะสมของระบบค่าจ้างขั้นต่ำ และค่าจ้างแรงงานของไทย เพื่อให้ไทยสามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศในอนาคต รวมถึงให้ติดตามโครงสร้างการว่างงานอย่างใกล้ชิด เพราะเกรงว่าในระยะต่อไปหากอุตสาหกรรมหลักของไทย เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์ ไม่สามารถพัฒนาให้มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่อแรงงานใหม่ที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงานในอนาคต
โดยที่ประชุมนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงแรงงานเร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาการนัดหยุดงานและการประท้วงของแรงงาน ให้ได้ความชัดเจน โดยเฉพาะปัญหาที่ค้างอยู่ ทั้งในส่วนของโรงงานรถยนต์ และโรงงานสิ่งทอ ที่ได้รับการร้องเรียนจากเอกชน เช่น บริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ ประเทศไทย ที่ระบุว่า หากไทยไม่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ได้ อาจมีผลกระทบกับการลงทุนของบริษัทฯ ในไทย ที่อาจถึงขั้นต้องย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศอื่น ซึ่ง ครม.เศรษฐกิจ เห็นว่าควรใช้กระบวนการแรงงานสัมพันธ์ เจรจาเรื่องค่าจ้าง และโบนัสของลูกจ้างให้ได้ข้อยุติต่อไป
นายวัชระ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ครม.เศรษฐกิจยังรับทราบสถานการณ์ความต้องการแรงงานที่พบว่า สถานประกอบการกำลังต้องการแรงงานประมาณ 120,000 ตำแหน่ง หรือเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 6.5% ชี้ให้เห็นว่าไทยกำลังเริ่มประสบภาวะขาดแคลนแรงงานขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะแรงงานในภาคอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ ซึ่งที่ผ่านมาได้ถูกเลิกจ้างไปบางส่วนและขณะนี้ไม่มีความสนใจที่จะกลับมาทำงานเดิม เนื่องจากได้รับการอบรมจากโครงการต้นกล้าอาชีพและสามารถมีรายได้ต่อวันสูง กว่าที่เคยทำงานอยู่เดิม ขณะที่ความต้องการแรงงานไทยในต่างประเทศมีมากถึง 140,000 คน โดยเฉพาะไต้หวันต้องการสูงสุดที่ 45,000 คน ส่วนการเลิกจ้างแรงงานมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจำนวนผู้ประกันตนที่มาขึ้นทะเบียนขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเริ่มลดลง หลังจากเพิ่มขึ้นสูงสุดในเดือน ก.พ. 52 ที่มีสูงงถึง 101,939 คน ลดลงเหลือ 40,638 คน ในเดือน พ.ย. 52 ขณะที่อัตราการว่างงานรายเดือน ปี 52 มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง จากเดือน เม.ย. 52 ที่มีอัตราว่างงานสูงสุดถึง 2.1% ลดลงเหลือ 1.2% ในเดือน ก.ย. 52 และคาดว่าในเดือน พ.ย. 52 และ ธ.ค. 52 จะลดเหลือเพียง 1.1% หรือมีคนว่างงานเพียง 400,000 คน
สำหรับสถานการณ์แรงงานในพื้นที่มาบตาพุดนั้น ครม.เศรษฐกิจรับทราบว่าหากมีการระงับโครงการทั้ง 65 โครงการ คาดว่า จะมีลูกจ้างได้รับผลกระทบ 40,000 คน แต่ถ้าก่อสร้างโครงการแล้วเสร็จจะมีการรับลูกจ้างเข้าทำงานประมาณ 15,000 ตำแหน่ง ขณะที่ผลกระทบต่อการจ้างแรงงานไทยจากวิกฤติการณ์ทางการเงินของบริษัท ดูไบ เวิลด์ พบว่าปัจจุบันมีแรงงานไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประมาณ 29,000 คน มีแรงงานไทยทำงานอยู่ในเมืองดูไบมากที่สุด 8,000 คน และถูกเลิกจ้าง 41 คน โดยนายจ้างได้จ่ายเงินค่าจ้าง และเงินสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายให้อย่างครบถ้วนแล้ว ทั้งนี้ คาดว่าวิกฤติที่เกิดขึ้นครั้งนี้ไม่น่าส่งผลกระทบต่อการจ้างแรงงานไทยใน ยู.เอ.อี อีก เนื่องจากไม่มีแรงงานไทยทำงานในโครงการที่เกี่ยวข้องกับบริษัทในเครือของดูไบเวิลด์ และคาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อแรงงานภาพรวมที่ทำงานในประเทศรอบอ่าวอื่นๆ มากนัก.
คำถาม
1. ในปัญหาส่วนของโรงงานรถยนต์รัฐบาลได้รับการเรียกร้องจากบริษัทใด
2. ความต้องการของแรงงานไทยใรต่างประเทศมีเท่าไหร่ และประเทศใดมีความต้องการมากที่สุด จำนวนเทาไหร่
3. หากครม.เศรษฐกิจทราบว่ามีกระระงับโครงการ 65 โครงการ จะมีผลกระทบอะไรเกิดขึ้นบ้าง
อ้างอิง http://www.thairath.co.th/content/eco/57192
วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
คำตอบ
ตอบลบ1.บริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ ประเทศไทย
2.ต้องการแรงงานไทย140,000 คน โดยเฉพาะไต้หวันต้องการสูงสุดที่ 45,000 คน
3.จะมีลูกจ้างได้รับผลกระทบ 40,000 คน แต่ถ้าก่อสร้างโครงการแล้วเสร็จจะมีการรับลูกจ้างเข้าทำงานประมาณ 15,000 ตำแหน่ง ขณะที่ผลกระทบต่อการจ้างแรงงานไทยจากวิกฤติการณ์ทางการเงินของบริษัท ดูไบ เวิลด์ พบว่าปัจจุบันมีแรงงานไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประมาณ 29,000 คน มีแรงงานไทยทำงานอยู่ในเมืองดูไบมากที่สุด 8,000 คน และถูกเลิกจ้าง 41 คน โดยนายจ้างได้จ่ายเงินค่าจ้าง และเงินสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายให้อย่างครบถ้วนแล้ว ทั้งนี้ คาดว่าวิกฤติที่เกิดขึ้นครั้งนี้ไม่น่าส่งผลกระทบต่อการจ้างแรงงานไทยใน ยู.เอ.อี อีก เนื่องจากไม่มีแรงงานไทยทำงานในโครงการที่เกี่ยวข้องกับบริษัทในเครือของดูไบเวิลด์ และคาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อแรงงานภาพรวมที่ทำงานในประเทศรอบอ่าวอื่นๆ มากนัก.
น.ส.ฐิตินันท์ งามสถาพร 4902100131
คำตอบข้อที่1.บริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ ประเทศไทย
ตอบลบคำตอบข้อที่2.ต้องการแรงงานไทยในต่างประเทศมีมากถึง 140,000 คน โดยเฉพาะไต้หวันต้องการสูงสุดที่ 45,000 คน
คำตอบข้อที่3.จะมีลูกจ้างได้รับผลกระทบ 40,000 คน แต่ถ้าก่อสร้างโครงการแล้วเสร็จจะมีการรับลูกจ้างเข้าทำงานประมาณ 15,000 ตำแหน่ง ขณะที่ผลกระทบต่อการจ้างแรงงานไทยจากวิกฤติการณ์ทางการเงินของบริษัท ดูไบ เวิลด์ พบว่าปัจจุบันมีแรงงานไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประมาณ 29,000 คน มีแรงงานไทยทำงานอยู่ในเมืองดูไบมากที่สุด 8,000 คน และถูกเลิกจ้าง 41 คน โดยนายจ้างได้จ่ายเงินค่าจ้าง และเงินสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายให้อย่างครบถ้วนแล้ว ทั้งนี้ คาดว่าวิกฤติที่เกิดขึ้นครั้งนี้ไม่น่าส่งผลกระทบต่อการจ้างแรงงานไทยใน ยู.เอ.อี อีก เนื่องจากไม่มีแรงงานไทยทำงานในโครงการที่เกี่ยวข้องกับบริษัทในเครือของดูไบเวิลด์ และคาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อแรงงานภาพรวมที่ทำงานในประเทศรอบอ่าวอื่นๆ มากนัก.
โดยนางสาวศิรินภา พรมมีพันธ์ เลขทะเบียน 5002100628
คำตอบคือ
ตอบลบ1. บริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ ประเทศไทย
2.ความต้องการแรงงานไทยในต่างประเทศมีมากถึง 140,000 คน โดยเฉพาะไต้หวันต้องการสูงสุดที่ 45,000 คน
3.จะมีลูกจ้างได้รับผลกระทบ 40,000 คน แต่ถ้าก่อสร้างโครงการแล้วเสร็จจะมีการรับลูกจ้างเข้าทำงานประมาณ 15,000 ตำแหน่ง ขณะที่ผลกระทบต่อการจ้างแรงงานไทยจากวิกฤติการณ์ทางการเงินของบริษัท ดูไบ เวิลด์ พบว่าปัจจุบันมีแรงงานไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประมาณ 29,000 คน มีแรงงานไทยทำงานอยู่ในเมืองดูไบมากที่สุด 8,000 คน และถูกเลิกจ้าง 41 คน โดยนายจ้างได้จ่ายเงินค่าจ้าง และเงินสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายให้อย่างครบถ้วนแล้ว ทั้งนี้ คาดว่าวิกฤติที่เกิดขึ้นครั้งนี้ไม่น่าส่งผลกระทบต่อการจ้างแรงงานไทยใน ยู.เอ.อี อีก เนื่องจากไม่มีแรงงานไทยทำงานในโครงการที่เกี่ยวข้องกับบริษัทในเครือของดู ไบเวิลด์ และคาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อแรงงานภาพรวมที่ทำงานในประเทศรอบอ่าวอื่นๆ มากนัก.
น.ส. อณุภา จิตติพัฒนกุลชัย 5002100095