วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

แนวโน้มการค้าข้าวปี 2553

พาณิชย์ คาด แนวโน้มข้าวปี 53 จะขยับขึ้นต่อ เหตุมีความต้องการข้าวจากหลายประเทศติดต่อเข้ามา ประกอบกับปัญหาภัยธรรมชาติที่ทำให้ผลผลิตข้าวลด

เมื่อวันที่ 18 พ.ย. นายวิจักร วิเศษน้อย อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า จากการสำรวจความต้องการข้าวในตลาดโลก หลายประเทศประสบปัญหาภัยธรรมชาติ เช่น อินเดีย จีน ฟิลิปปินส์ และอีกหลายประเทศ มีผลผลิตข้าวลดลงจำเป็นต้องนำเข้าข้าวและหลายประเทศอยู่ระหว่างเจรจากับไทย ที่จะซื้อข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) หรือเอกชนต่อเอกชน จึงมองว่าปี 2553 ราคาข้าวโดยรวมของไทยจะปรับตัวสูงขึ้น

อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวต่อว่า ราคาข้าวขาว 5% ขณะนี้เฉลี่ย 520-530 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน และมีโอกาสสูงถึง 800-1,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ซึ่งจะส่งผลให้ข้าวในประเทศปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งถือเป็นโอกาสดีของไทยที่ปรับเปลี่ยนวิธีการดูแลพืชผลทางการเกษตรจากรับ จำนำเป็นประกันรายได้เกษตรกร ทำให้รัฐบาลไม่ต้องเก็บสตอกสินค้าเกษตร แม้เกษตรกรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสับสน แต่โครงการนี้จะยกระดับสินค้าเกษตรของไทยได้ในอนาคต เพราะทำให้ราคาตลาดไม่ผันผวน รู้ราคาสินค้าเกษตรแต่ละชนิด โดยหากช่วงใดราคาสินค้าตกต่ำก็มีหลายวิธีเข้าไปพยุงไม่ให้เกษตรกรได้รับความ เดือดร้อน

นายวิจักร กล่าวอีกว่า แม้ปีหน้าราคาข้าวจะดีขึ้น แต่สิ่งสำคัญจะไม่ใช้ปริมาณเป็นตัวกำหนดในการทำตลาด แต่จะใช้วิธีรักษาเสถียรภาพและคุณภาพข้าว เพื่อแข่งขันกับตลาดต่างประเทศ เพราะขณะนี้หลายประเทศต้องการซื้อข้าวไทยแบบจีทูจี ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าหมายว่า การขายแบบจีทูจีในปี 2553 จะไม่เกิน 1 ล้านตัน ดังนั้น ประเทศที่อยู่ระหว่างเจรจาต่อรองซื้อข้าวไทยแบบจีทูจีจะเน้นราคาตลาดจะไม่ ขายต่ำกว่าราคาตลาด และขอให้ผู้ประกอบการส่งออกข้าวสบายใจว่า ราคาข้าวในตลาดจะมีเสถียรภาพ และขายให้กับประเทศที่ประสบปัญหาภัยธรรมชาติ ที่สำคัญจะดูเงื่อนไขราคา ให้เกิดความเป็นธรรม จึงอยากเสนอแนะผู้ส่งออกข้าวว่าเมื่อราคาข้าวตลาดโลกเริ่มดีขึ้นก็ไม่ควรขาย ตัดราคากันเอง ควรทำอย่างไรที่จะยกระดับราคาข้าวให้มีเสถียรภาพ เพื่อความมั่นคงของคุณภาพข้าวไทย

“ยังเชื่อว่าการส่งออกข้าวปีนี้จะ อยู่ระดับ 8.5-9.5 ล้านตัน และปี 2553 น่าจะใกล้เคียงกับปี 2552 คือ ไม่ต่ำกว่า 9 ล้านตัน และเชื่อว่าไตรมาสแรกปี 2553 การส่งออกข้าวทั้งจีทูจี และเอกชนต่อเอกชนจะมีปริมาณสูงถึง 3-4 ล้านตัน เนื่องจากความต้องการในตลาดมีสูง อย่างไรก็ตาม คงไม่มีนโยบายเพิ่มปริมาณส่งออกให้มากขึ้น แต่จะคำนึงถึงเสถียรภาพราคามากกว่าปริมาณ” อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าว

สำหรับ กรอบเขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟตา) โดยเฉพาะสินค้าเกษตรในวันที่ 1 มกราคม 2553 หลายฝ่ายมองว่าจะทำให้ไทยเสียเปรียบ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ มองว่าภายใต้กรอบดังกล่าวจะทำให้สินค้าเกษตรไทยเข้าไปทำตลาดในอาเซียนมาก ขึ้น เพราะมาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ปรับลดอัตราภาษีลงทำให้สินค้าเกษตรไทยเข้าไปแข่งขันในกลุ่มประเทศเหล่านี้ ได้มากขึ้น นอกจากนี้ สินค้าและบริการต่าง ๆ ของไทยก็จะเข้าไปทำตลาดภายใต้กรอบอาเซียนด้วย ส่วนการปลอมปนข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในไทย ไม่น่าเป็นห่วง เพราะกระทรวงพาณิชย์ตั้งคณะทำงานดูแลคุณภาพการปลอมปนและมาตรการต่าง ๆ รัดกุมแล้ว



คำถาม
1.ประเทศใดบ้างที่ประสบปัญหาจากภัยธรรมชาติทำให้ต้องมีการนำเข้าข้าว
2.แม้ปีหน้าราคาข้าวจะดีขึ้นแต่จะไม่ใช้ปริมาณในการกำหนดในการทำตลาด แต่จะใช้วิธีใด
3.สาเหตุใดที่ทำให้สินค้าเกษตรไทยเข้าไปทำตลาดในอาเซียนได้มากขึ้น

3 ความคิดเห็น:

  1. คำตอบคือ
    1.อินเดีย จีน ฟิลิปปินส์ และอีกหลายประเทศ
    2.ใช้วิธีรักษาเสถียรภาพและคุณภาพข้าว เพื่อแข่งขันกับตลาดต่างประเทศ
    3.เพราะมาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ปรับลดอัตราภาษีลงทำให้สินค้าเกษตรไทยเข้าไปแข่งขันในกลุ่มประเทศเหล่านี้ได้มากขึ้น

    นางสาวสิรินุช สมบัติวิชาธร เลขทะเบียน 5002100592

    ตอบลบ
  2. คำตอบคือ
    1.ตอบ ประเทศประสบปัญหาภัยธรรมชาติ อินเดีย จีน ฟิลิปปินส์ และอีกหลายประเทศ มีผลผลิตข้าวลดลงจำเป็นต้องนำเข้าข้าว

    2.ตอบ จะใช้วิธีรักษาเสถียรภาพและคุณภาพข้าว เพื่อแข่งขันกับตลาดต่างประเทศ

    3.ตอบ เพราะมาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ปรับลดอัตราภาษีลงทำให้สินค้าเกษตรไทยเข้าไปแข่งขันในกลุ่มประเทศเหล่านี้ ได้มากขึ้น นอกจากนี้ สินค้าและบริการต่าง ๆ ของไทยก็จะเข้าไปทำตลาดภายใต้กรอบอาเซียนด้วย


    นางสาวจิราวรรณ จวบจันทร์ผล เลขทะเบียน 4902100370

    ตอบลบ
  3. คำตอบคือ
    1.ตอบ อินเดีย จีน ฟิลิปปินส์ และอีกหลายประเทศ

    2.ตอบ ใช้วิธีรักษาเสถียรภาพและคุณภาพข้าว เพื่อแข่งขันกับตลาดต่างประเทศ เพราะขณะนี้หลายประเทศต้องการซื้อข้าวไทยแบบจีทูจี

    3.ตอบ เพราะมาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ปรับลดอัตราภาษีลงทำให้สินค้าเกษตรไทยเข้าไปแข่งขันในกลุ่มประเทศเหล่านี้ ได้มากขึ้น

    นางสาวนิษา สัมพันธุ์เจริญ เลขทะเบียน 4902100546

    ตอบลบ